Jomkwan's profile...my space...BlogListsGuestbookMore Tools Help

Blog


    August 29

    Article of the day

     The article is written by Dr. Pravet Vasri. Basically, he gives alternatives to look at car bomb situation. There are 2 hypothesises on the occurrence; the plot is true or set by the government. Well, this is controversial  and currently a popular topic. Dr. Vasri, on the other hand presents the issue differently. He explains crucial points behind the situation. Moreover, he suggests solutions for future good of both PM himself and the society...
     
    ฆาตกรรมทักษิณ: เรื่องจริงหรือสร้างสถานการณ์
           
           
    ประเวศ วะสี
           (๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๙)
           

           เหตุการณ์พยายามลอบสังหารนายกรัฐมนตรีด้วยวัตถุระเบิดในรถยนต์เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๙ มีผู้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงก็มี เชื่อว่าเป็นเรื่องสร้างสถานการณ์ก็มี ความจริงจะเป็นอย่างไรต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐานที่เชื่อถือได้ ถ้าตำรวจทำฝ่ายเดียวก็จะมีปัญหาเรื่องความเชื่อถือได้ตามมาอีก ควรคำนึงถึงประเด็นนี้ไว้ด้วย
           
           ขณะนี้ยังต้องถือว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องสร้างสถานการณ์เป็นเพียงสมมติฐานที่รอการพิสูจน์ ในที่นี้จะขอวิเคราะห์ที่มาที่ไปหรืออิทัปปัจจยตาของทั้งสองสมมติฐานและข้อเสนอแนะ
           
           ก. สมมติฐานที่ ๑ – การลอบสังหารเป็นเรื่องจริง
           
           (๑) ที่มา มีผู้เกลียดชังนายกรัฐมนตรีมากจนถึงขั้นพยายามลอบสังหาร
           

           เรื่องความเกลียดชังคุณทักษิณนั้นต้องยอมรับว่ามีจริง การมีทั้งคนรักและคนชังก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในกรณีคุณทักษิณเรื่องนี้เป็นไปอย่างรุนแรง ยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่มีปริมาณของความเกลียดชังมากถึงขนาดนี้ ทั้งจำนวนคนที่เกลียดและดีกรีของความเกลียดชังที่ขึ้นสูงแบบสุดๆ เพราะบุคลิกที่แก้ไม่หายของคุณทักษิณที่ก้าวร้าว เหยียดหยาม ท้าทาย ไม่รู้จักทำตนให้เป็นที่รัก ผิดวิสัยคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่จะต้องสมานไมตรี รวมพลังผู้คนไปช่วยกันแก้ปัญหาประเทศ การทำให้คนเกลียดนั้นอันตราย
           
           แต่คนไทยถึงจะเกลียดผู้นำอย่างไร การคิดสังหารนั้นมีน้อย ต่างจากในสหรัฐอเมริกาที่เขาสังหารประธานาธิบดีไปหลายคนแล้ว ถ้าคราวนี้เป็นเรื่องจริงก็แปลว่าสังคมไทยมาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว คือเปลี่ยนจากปริมาณไปสู่คุณภาพ หมายความว่าปริมาณความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดเดือด ทำนองเดียวกันเมื่อความร้อนของน้ำในกาเพิ่มมากขึ้นจนถึงขนาดน้ำก็เดือด
           
           นั่นเป็นการพูดถึงการทำด้วยอารมณ์เกลียด แต่การทำอาจทำด้วยความคิด คือความคิดที่ว่าคุณทักษิณเป็นปัญหาของบ้านเมือง เป็นชนวนของความแตกแยกและรุนแรงอาจนำไปสู่การนองเลือด ถ้าขจัดเสียได้ก็จะเป็นการป้องกันชีวิตของคนอื่นๆ จำนวนมาก
           
           (๒) ที่ไป ถ้าที่มาคืออารมณ์เกลียดที่มีปริมาณมาก หรือด้วยความคิดดังกล่าวข้างต้นก็จะมีการทำอีก การเมืองก็จะวุ่นวายไปด้วยฝ่ายหนึ่งพยายามลอบสังหาร อีกฝ่ายหนึ่งต้องป้องกันตัวหรือตอบโต้ ไม่เป็นอันทำงาน กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมโหฬารจะถูกใช้ไปในการคุ้มครองคนคนเดียว แทนที่จะได้ดูแลประชาชนทั่วไป บ้านเมืองจะหยุดชะงักและเต็มไปด้วยความวุ่นวายโกลาหล จับผิดจับถูก ในที่สุดฝ่ายที่พยายามจะประสบความสำเร็จจนได้ แบบที่ว่า “ที่ไหนมีความพยายาม ที่นั่นมีความสำเร็จ”
           
           (๓) ข้อเสนอแนะ
                  (๑) ควรใช้สันติวิธี ไม่ควรฆ่าแกงกัน
                  (๒) คุณทักษิณควรยุติการสร้างความเกลียดชัง
                  (๓) ถ้าคำแนะนำตาม (๑) และ (๒) ไม่สำเร็จ ยังมีความพยายามลอบสังหารอีก ต้องอย่าให้คนอื่นพลอยโดนลูกหลงไปด้วย
                 (๔) คนใกล้ชิดเป้าต้องป้องกันตัวเองหรือหนีห่างจากเป้า
           

           

           ข. สมมติฐานที่ ๒ – การลอบสังหารเป็นการสร้างสถานการณ์
           
           (๑) ที่มา
    ผู้มีอำนาจต้องการกลบเกลื่อนบางเรื่อง จึงเบนความสนใจของสังคมหรือต้องการใช้เป็นเครื่องมือขจัดศัตรูบางคน หรือปูทางไปสู่การยึดอำนาจเพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกดำเนินคดี เช่น อาจถูกศาลตัดสินจำคุก
           
           (๒) ที่ไป สุดแล้วแต่ระดับของวัตถุประสงค์ของผู้สร้างสถานการณ์ เช่น ถ้าต้องการกลบเกลื่อนบางเรื่อง ถ้าสังคมจับได้ไล่ทันก็จะเสื่อมความเชื่อถือลงไปอีก รัฐบาลจะเหมือนเด็กเลี้ยงแกะพูดอะไรก็ไม่มีใครเชื่อ ถึงจริงก็ไม่เชื่อ แล้วก็ถูกเสือกัดตาย
           
           ถ้าทำเพราะต้องการป้ายสีหรือขจัดศัตรู ความขัดแย้งก็จะเพิ่มขึ้น ไปกระตุ้นให้คนเกลียดเกลียดมากขึ้น คนเป็นศัตรูเป็นศัตรูมากขึ้น และคิดขจัดผู้มีอำนาจด้วยวิธีรุนแรงมากขึ้น
           
           ถ้าทำเพราะปูทางไปสู่การยึดอำนาจเพื่อหลบเลี่ยงการตัดสินของศาล ประชาชนจะรวมตัวกันต่อสู้เช่นที่เคยต่อสู้กับเผด็จการในอดีต จะเกิดการนองเลือด และในที่สุดผู้เผด็จการจะพ่ายแพ้ภัยตนเอง
           
           (๓) ข้อเสนอแนะ
           
          (๑) หยุดการสร้างสถานการณ์
                 (๒) สังคมและสื่อมวลชนต้องระแวดระวังอย่าให้ถูกหลอกด้วยการสร้างสถานการณ์
                 (๓) ทุกฝ่ายต้องหยุดยั้งป้องกันการนองเลือดด้วยการถอดชนวนที่จะนำไปสู่การนองเลือด
           
           ค. คำแนะนำต่อคุณทักษิณ
           
           ถ้าในอนาคตคุณทักษิณมีโอกาสอยู่ในความสงบ และทบทวนเรื่องอดีตที่ผ่านมา จะทราบว่าผมไม่ใช่ศัตรูหรือขาประจำของคุณแต่อย่างใด แต่พยายามแนะนำในเรื่องต่างๆ
           
           เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ผมเตือนว่าต้องระวังอย่าตกไปสู่ “โครงสร้างมรณะ” แต่คุณก็ถลำลึกตกเข้าไปสู่ “โครงสร้างมรณะ” แล้ว วันนี้ผมจะแนะนำวิธีออกจากโครงสร้างมรณะ
           
           กรณีลอบสังหารไม่ว่าจะเป็นไปตามสมมติฐานที่ ๑ หรือสมมติฐานที่ ๒ ล้วนจะพาคุณเข้าไปสู่โครงสร้างมรณะทั้งสิ้น
           
           เวลาที่คุณจะทำประโยชน์ในฐานะนายกรัฐมนตรีหมดลงแล้ว คุณได้ผ่านจุดยอดที่มีอำนาจสูงสุด และมีผู้คนสนับสนุนสูงสุดไปแล้ว แม้ในจุดที่สูงสุดนั้นคุณยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่สำคัญๆ ของบ้านเมืองได้ ถ้าจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ท่ามกลางความขัดแย้ง ท่ามกลางความเกลียดชัง ท่ามกลางความไม่เชื่อถือ จะแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างไร ในทางตรงข้าม จะเกิดความแตกแยกและรุนแรงมากขึ้น และอาจนำไปสู่การนองเลือด
           
           ไม่ต้องนับข้อหาฉกรรจ์ๆ ที่มีต่อคุณ ซึ่งคุณอาจปฏิเสธว่าไม่จริง แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือในฐานะนายกรัฐมนตรีคุณไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์ในสังคม และไม่สามารถระงับการสูญเสียชีวิตของผู้คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ แค่นี้ก็เพียงพอที่นายกรัฐมนตรีคนใดหรือในประเทศใดจะแสดงความรับผิดชอบได้แล้ว การคงอยู่ไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์และดับไฟใต้ได้ ให้คนอื่นมารับหน้าที่นี้จะเป็นทางออกของบ้านเมืองได้มากกว่า
           
           คุณอาจจะกลัวว่าถ้าลงจากอำนาจ จะถูกดำเนินคดี ซึ่งอาจมีโทษถูกจำคุกและยึดทรัพย์ ไม่มีใครมีอำนาจที่จะไปขัดขวางกระบวนการทางกฎหมายได้ แต่อย่าลืมว่าสังคมก็เช่นเดียวกับคน ที่มีความสามารถในการอภัยอย่างยิ่งใหญ่ ถ้ามีการยอมรับผิดหรือขอโทษ ที่แอริโซน่าการที่บิดาของเด็กวัยรุ่นที่ถูกฆ่าให้อภัยและไปดูแลเด็กที่ฆ่าลูกของตน เรียกน้ำตาของผู้รู้เห็นทั้งหมด ที่แอฟริกาใต้ตำรวจคนขาวยอมรับในที่ประชุมใหญ่ของคนผิวดำว่าตนไปฆ่าคนผิวดำ แทนที่คนผิวดำจะกรูกันมาฉีกเนื้อตำรวจผู้นั้น แต่ทั้งห้องประชุมระงมไปด้วยน้ำตาและการให้อภัย
           
           หัวใจของความเป็นมนุษย์และอภัยวิถี เมื่อถึงเวลาเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสุดประมาณ
           
           ทางออกจาก “โครงสร้างมรณะ” ด้วยสันติวิธี คือคุณทักษิณต้องตัดความกังวลด้วยประการทั้งปวง มีความกล้าหาญที่จะประกาศ ๓ ข้อดังต่อไปนี้
           
           (๑) พูดว่า “ผมพอแล้ว “ แล้ววางมือทางการเมืองทั้งหมดเด็ดขาดทันที
           (๒) ขอร้องให้ประชาชนผู้สนับสนุนตน จงร่วมมือสมัครสมานในแก้ปัญหาประเทศด้วยสันติวิธี และสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
           (๓) จะออกไปทำงานทางมนุษยธรรมแบบบิลล์ เกตส์
           

           ถ้าทำได้ดังนี้ จะเกิดความสงบเย็นทันที ทั้งตัวคุณทักษิณเองและประเทศ ถ้าไม่ทำคงหนีการนองเลือดไม่พ้น
           
           ทั้งหมดที่กล่าวมาโดยสรุปก็คือ ประเทศจะพ้นการนองเลือดจากวิกฤตการณ์การเมืองอยู่ที่  ทักษิณเสียสละ หรือเสียสละทักษิณ
    August 26

    To change the world...

    Well....I've heard (and read) different people's views toward notion of changing the world...Here are some interesting quotes which, reflect lots of things. Each of the quotes acknowledges us what they had been through, what made them looked at the notion of 'change' in particular way. For instance, I've heard of the third one in politic and philosophy class when I was a freshman. Coupled with reading Seksan's biography and taking to him in person, his view embeded in my mind ever since. He underwent very tough time ...his heart was, once, fulled with endeavour to change (just like my friend in second case). Finally he found that he could not change (though I don't think he fail. At least, his efforts provided vital step to Thai political development). Dictatorship regime and injustice system are still dancing in Thai society. He even gave up his hope on new generation..Well, I don't blame him though. His great tiredness is also multiplied by his great efforts, hope and dream. Now, I don't know at the end.....where those new generation like my friend (quote 2) or those young leaders (quote 1)...or even myself will finally go....hmmm...

    1)Young leadership conference in Australia, 2005..."Be the change you want to see in the world"

    2)My friend in school of development studies who seems to embrace endeavour to change this world "You can not change the world, neither can I, but we can"

    3)My teacher in Thammasat University who, once was the leader of the most tragic revolution in Thai history, Seksan Prasertkul "Although I cannot change the world, the world cannot change me"


    August 23

    Thailand political situation #2

    This pictures can clearly describe my former post. (source:http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000106595)

     

       
    ชายสวมเสื้อเชิร์ตสีชมพู ท่าทางคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ ต่อมาได้เข้ามอบตัว และอ้างว่ามีอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ชายสวมเสื้อเชิร์ตสีชมพู ทำร้ายนายฤทธิรงค์ ลิขิตประเสริฐ อายุ 68 ปี ก่อนผลักไปขึ้นรถตำรวจ ชายขาเป๋ ด่าทอฝ่ายขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างรุนแรงและหยาบคาย
         
    ชายวัยรุ่นกระโดดถีบฝ่ายต่อต้านทักษิณ ก่อนถูกควบคุมตัวไว้ได้ กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยไปชุมนุมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมเมื่อวันก่อน 1 ในกลุ่ม ผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม(เสื้อชมภูเข้ม) และวันนี้ (21ส.ค.) ได้สวมเสื้อเหลืองไปที่เซ็นทรัลเวิลด์อีกครั้ง
         
    กลุ่มวัยรุ่นนั่งรอจังหวะ ก่อนเข้ารุมทำร้ายประชาชนที่มาขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชายเสื้อขาวชกคนงานก่อสร้างจนเลือดกำเดาแตก กลุ่มผู้มีส่วนในการทำร้ายร่างกายประชาชน ยืนอยู่กับ พ.ต.อ.ฤทธิ์รงค์ เทพจันดา ผกก.สส.น.6
         
    กลุ่มวัยรุ่นสวมวิญญาณสัตว์ป่ารุมเตะต่อยผู้สูงอายุ
         
    นายอิทธิพล สรวิทย์สกุล อายุ 70 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมกระทืบอย่างป่าเถื่อน
         
    ชายเสื้อดำท่าทางคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ เข้าทำร้ายและล็อกคอชายสวมเสื้อแดงที่มาขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชายสวมเสื้อเชิร์ตสีชมพู ตรงเข้าผลักผู้ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเต็มแรงจนหัวคะมำ
         
    ชายเสื้อดำ (ซ้าย) ยืนอยู่กับ พ.ต.อ.ฤทธิ์รงค์ เทพจันดา ผกก.สส.น.6 ก่อนเข้าทำร้ายกลุ่มต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ
         

    Thailand political situation

     

    Recently, I've been reading about political situations in Thialnd. It became more and more violent...This is so sad, unforgivable, cruel and horrible! I cannot just stand reading these stories anymore! My mind is getting exploded! How come innocent people (especially, young people, very old-70-year-old man, and women) got attcked from those bad guys. If this is not horrible enough, those polices, who are supposed to stand by normal people side....were there watching the bad guys beating ordinary people on the street in centre of Bangkok, the capital city of Thailand. Isn't it ridiculous? I really wish I could be there...surely I would have done something. Now, I'm thinking about going back home as soon as I finish my dissertation. I hope I can to something to fight back unfair occurance happening in Thailand. I know I'm just a normal person, I might not be able to do any big thing to change the entire situation. Even though, there is only small thing I can do...well, for me, it is better than nothing. I really want to cry when such thing obviously happens in front of my eyes, and I knw this is not right...but there is nothing I can do!!!! This is not right...this is not right...what can I really do?

     

    “หมอนิรันดร์”ถามสำนึก“มิ้ง” เคยเป็นคนเดือนตุลา กลับเมินเฉยเหตุทำร้าย ปชช.

    ดูวีดีโอประกอบจาก Manager Multimedia
    โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 สิงหาคม 2549 16:26 น.
    คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
    นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ รักษาการส.ว.อุบลราชธานี

    น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

           “หมอนิรันดร์” สวน “หมอมิ้ง” อย่าบิดประเด็นโยนผิดคนเดือนตุลาปลุกประชาชนต่อต้านรัฐ ถามกลับเคยเป็นนักศึกษาก็รู้ว่าการชุมนุมเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ความรุนแรงทุกครั้งล้วนมีอำนาจรัฐเป็นต้นเหตุ แล้วตอนนี้เข้ามาอยู่ในอำนาจ ทำไมปล่อยให้เกิดการทำร้ายประชาชน หรือสมรู้ร่วมคิดด้วย
           

           
           นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ รักษาการ ส.ว.อุบลราชธานี กล่าวระหว่างร่วมรายการ “คลุกวงในข่าว” ดำเนินรายการโดย น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ทาง ASTV เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา กรณีนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำตาเรียกร้องให้คนเดือนตุลาหยุดการปลุกเร้าประชาชนต่อต้านรัฐบาลว่า ในฐานะนักเรียนแพทย์รุ่นพี่มหาวิทยาลัยมหิดล อยากบอกนายแพทย์พรหมินทร์ว่าอย่าบิดเบือนประเด็น เพราะสมัยที่เป็นนักศึกษาด้วยกันก็รู้ดีว่าสิทธิของประชาชนที่ออกมาชุมนุม หรือแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย และปัจจุบันกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถที่จะมาแสดงความคิดเห็นได้ สิทธิเหล่านี้ไม่เคยทำให้คนถูกกระทืบ เพราะเป็นสิทธิทางการเมืองที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผย
           
           นายแพทย์นิรันดร์ กล่าวต่อว่า การพูดคำว่า “นายกฯ ออกไป ทักษิณออกไป” ไม่ได้เป็นคำหยาบ ประชาชนสามารถทำได้ ถ้ามีคนมาบอกทักษิณออกไปแล้วอีกฝ่ายบอกทักษิณสู้ๆ ถ้าตำรวจออกมากั้นทั้งสองฝ่ายจะไม่มีการถูกกระทืบ แต่นี่กลับปล่อยให้อันธพาลมาล็อกชาวบ้าน กระทืบคนแก่ ทุบตีเด็กและผู้หญิง ตรงนี้ปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างไร
           
           นายแพทย์นิรันดร์ กล่าวฝากไปถึงนายแพทย์พรหมินทร์ว่า เราผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มามาก การชุมนุมเรียกร้องของประชาชนสมัยที่นายแพทย์พรหมินทร์เข้าไปมีส่วนในการวางแผนด้วยก็ทำอย่างนี้มาตลอด แล้วเราก็เชื่อมั่นว่านี่คือสันติวิธี แต่สิ่งที่มันเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเนี่ยเพราะมันมีคนที่เป็นไอ้โม่ง และขณะนี้ก็คือไอ้โม่งที่เราคิดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องตอบว่าไอ้โม่งที่ทำให้เกิดความรุนแรงและทำร้ายประชาชนเกี่ยวข้องกับรัฐตำรวจที่เป็นอยู่ในขณะนี้หรือไม่ นายกฯ ต้องตอบด้วย ในฐานะผู้บังคับบัญชา และต้องจี้ให้สำนักงานตำรวจฯ เปิดโปงออกมาให้ได้ว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ กับ 2-3 คนที่ปรึกษาหารือกัน กำลังทำอะไรกันอยู่ และทำให้เกิดพฤติกรรมในการทำร้ายประชาชนได้อย่างไร
           
           รักษาการ ส.ว.อุบลฯ กล่าวต่อว่า นายแพทย์พรหมินทร์เคยผ่านเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน ต้องรับรู้ว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงทั้งสิ้น ถามว่าตอนที่เราไปช่วยกรรมกรที่อ้อมน้อยแล้วตำรวจลุยเข้าไป นั่นคือการใช้ความรุนแรงทำร้ายประชาชนทั้งสิ้น หลายคนถูกฆ่าตายก็เป็นอำนาจรัฐทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าขณะนี้เราเห็นชัดในวีทีอาร์ว่าเป็นการวางแผนโจ่งแจ้งในที่เปิดเผย
           
           “หมอพรหมินทร์ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้อย่างไร นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใจกลางเมือง ดีที่มีสื่ออยู่ ถ้าเกิดขึ้นในเวลากลางคืนผมว่ามันฆ่ากันตายมากกว่านี้ ดีไม่ดีตรงนั้นอาจจะเป็นจุดที่เกิดมิคสัญญีขึ้นใจกลางเมืองก็ได้ ผมต้องถามหมอพรหมินทร์ต่างหากว่าได้ดูเหตุการณ์นี้ทั้งหมดหรือเปล่า ถ้ารู้อย่างนี้หมอพรหมินทร์ต้องตอบนี่ด้วย ก่อนที่จะมาถามคนเดือนตุลา คนเดือนตุลาจะรู้ทันทีว่านี่คือวิธีการในการที่จะเข่นฆ่าประชาชน เพียงแต่ว่ามันถูกบล็อกด้วยว่ามันเปิดเผย โปร่งใส และถูกสื่อทุกสื่อจับอยู่ตลอดต่างหาก” นายแพทย์นิรันดร์ กล่าว
           
           นายแพทย์นิรันดร์ กล่าวต่อว่า รู้สึกเศร้าสลด ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ในขณะที่หมอพรหมินทร์เข้าไปอยู่ในศูนย์กลางอำนาจ เป็นเลขาธิการนายกฯ ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้น คนเดือนตุลาไม่ต้องตอบหรอก คนที่ต้องตอบคือหมอพรหมินทร์ กับหมอสุรพงษ์ (สืบวงศ์ลี) ว่าปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
           
           รักษาการ ส.ว.อุบลฯ กล่าวต่อว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมนายแพทย์พรหมินทร์จึงพุ่งเป้าไปที่คนเดือนตุลา ทั้งๆ ที่เขาก็คือคนเดือนตุลาเขาต้องตอบก่อน เพราะตอนนี้เขาไม่ใช่คนเดือนตุลาอย่างเป็นนักศึกษาแล้วเขาเป็นผู้มีอำนาจ เขาปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วเขารู้หรือเปล่า หรือเขาสมรู้ร่วมคิดด้วย อันนี้ต้องตอบ
           
           ด้าน นายแพทย์ตุลย์ ศิธิสมวงศ์ แพทย์ประจำ รพ.จุฬาฯ ผู้ร่วมรายการ กล่าวว่า นายแพทย์พรหมินทร์กำลังพยายามเบี่ยงเบนประเด็น เพราะไม่เคยมาถามเลยว่าคนที่มาไล่รักษาการนายกฯ รู้จักคนเดือนตุลาหรือเปล่า เขาเองยังไม่รู้จักเลยว่านายแพทย์นิรันดร์เป็นคนเดือนตุลา
           
           นอกจากนี้ ทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็บอกว่ามีจัดตั้ง แล้วเคยได้มาคุยกับคนเหล่านี้หรือเปล่าว่าทำไมถึงมา คนเหล่านี้เขามาเพราะพบว่าผลการกระทำของนายกฯ เขารับไม่ได้ เขาจึงมา ไม่ต้องจัดตั้งอะไร ไม่มีใครสั่งการ ขอแค่รู้ เขาก็จะมา ซึ่งเป็นสิทธิของเขา
           
           นายแพทย์ตุลย์ กล่าวต่อว่า ขอถือโอกาสตรงนี้ที่จะบอกว่าไม่ได้มีการจัดตั้ง ถ้าเกิดทุกคนที่กำลังกล่าวหาคนที่มาแสดงความคิดเห็นต่อต้านนายกฯ ว่าเป็นการจัดตั้ง แสดงว่าเขายังไม่ได้มาพูดคุยกับคนเหล่านี้เลย เป็นการกล่าวหาทั้งสิ้น แถมยังพยายามเอาประเด็นเรื่องคนตุลามาเป็นคนบงการ
           
           “ผมบอกว่าอันนี้ไม่ใช่การบงการ ในทางตรงข้ามผมว่าคนที่มาก่อเหตุรุนแรงในวันนี้เสียอีกที่ถูกบงการมา ผมว่าเด็กที่ทำร้ายคุณลุงอิทธิพลเนี่ย ถ้าจับได้ คือติดตามตัวได้ ลองมาสอบปากคำดูว่าเขามาอย่างไร อันนี้ก็จะชัดเจนขึ้น”
           
           นายแพทย์ตุลย์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตในส่วนของตำรวจว่า ที่เกิดเหตุเป็นเขตของ สน.ปทุมวัน ซึ่งมี สน.ลุมพินี อยู่ใกล้เคียง ทำไมต้องให้ตำรวจสันติบาลไปด้วย รวมถึงตำรวจสายสืบในความดูแลของผู้บัญชาการนครบาล 6 และใช้ถึง 8 โรงพัก แสดงว่าต้องมีคำสั่งอย่างชัดเจนให้ระดมกำลังกันมา อย่างนี้อ่านเจตนาได้ว่าเพื่อสกัดกั้นให้คนเกรงกลัวและไม่มาทำอีก
           
           “ผมอยากจะพูดตรงนี้ว่า ผมเชื่อว่าในใจของทุกคนที่เห็นข่าวนี้ บอกเลยว่ารับไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็จะยิ่งเหมือนกับใส่น้ำมันเข้าไปในกองเพลิง อย่าใช้อย่างนี้เลยนะครับ ผมว่าอันนี้คือการทำลายตัวเองชัดๆ แล้วมันก็คงแย่ลงไปเรื่อยๆ สถานะของนายกฯ กับคณะทั้งหลายที่ทำเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ผมคิดว่าคงไม่ดี” นายแพทย์ตุลย์ กล่าว
    August 20

    New Category warming

    Ahhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhh...........(good start, huh?)
    this is what I really want to do now.....screaming!!!! I think I spent too much time with myself and on my own thought -__-'' I hate really hate the feeling of feeling pity and sorry for myself..aahhh really hate this...[well, you may not understand what I want to communicate but this is my place for rubbish, so....this is how it works :P)
    I dunno...my own thoughts/minds...they are always fighting each other...like today, the bad one kept telling me nobody (in Thailand) wants me...no one cares whether I'm still alive (exept Daddy who always call and check if everything is alright...although he frequently calls at wrong time...lol), but the other mid (the good one, I guess) disagreed. It told me that everyone had their own life to live on and they probably had so many busy things in their life, beside the cost of communication was so high that no one could afford to keep in touch with you every single day, silly Jom!
    Well...I agree!!!...BUT! I just need...I don't know..what I want, really -__-''
    Oh...maybe...I need to scream! AAHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHH...
    August 03

    Dalai Lama's teachings

    Spiritual Progress...

    "We must take direct responsibility for our own spiritual lives and rely upon nobody and nothing... If another being were able to save us, surely he would already have done so? It is time, therefore, that we help ourselves."

    For the Good of All...

    "Even if only a few individuals try to create mental peace and happiness within themselves and act responsibly  and kindheartedly towards others, they will have a positive influence in their community."

    From The little book of wisdom, Dalai Lama