Jomkwan's profile...my space...BlogListsGuestbookMore ![]() | Help |
|
August 29 Article of the day The article is written by Dr. Pravet Vasri. Basically, he gives alternatives to look at car bomb situation. There are 2 hypothesises on the occurrence; the plot is true or set by the government. Well, this is controversial and currently a popular topic. Dr. Vasri, on the other hand presents the issue differently. He explains crucial points behind the situation. Moreover, he suggests solutions for future good of both PM himself and the society...
ฆาตกรรมทักษิณ: เรื่องจริงหรือสร้างสถานการณ์
ประเวศ วะสี (๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๙) เหตุการณ์พยายามลอบสังหารนายกรัฐมนตรีด้วยวัตถุระเบิดในรถยนต์เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๙ มีผู้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงก็มี เชื่อว่าเป็นเรื่องสร้างสถานการณ์ก็มี ความจริงจะเป็นอย่างไรต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐานที่เชื่อถือได้ ถ้าตำรวจทำฝ่ายเดียวก็จะมีปัญหาเรื่องความเชื่อถือได้ตามมาอีก ควรคำนึงถึงประเด็นนี้ไว้ด้วย ขณะนี้ยังต้องถือว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องสร้างสถานการณ์เป็นเพียงสมมติฐานที่รอการพิสูจน์ ในที่นี้จะขอวิเคราะห์ที่มาที่ไปหรืออิทัปปัจจยตาของทั้งสองสมมติฐานและข้อเสนอแนะ ก. สมมติฐานที่ ๑ – การลอบสังหารเป็นเรื่องจริง (๑) ที่มา มีผู้เกลียดชังนายกรัฐมนตรีมากจนถึงขั้นพยายามลอบสังหาร เรื่องความเกลียดชังคุณทักษิณนั้นต้องยอมรับว่ามีจริง การมีทั้งคนรักและคนชังก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในกรณีคุณทักษิณเรื่องนี้เป็นไปอย่างรุนแรง ยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่มีปริมาณของความเกลียดชังมากถึงขนาดนี้ ทั้งจำนวนคนที่เกลียดและดีกรีของความเกลียดชังที่ขึ้นสูงแบบสุดๆ เพราะบุคลิกที่แก้ไม่หายของคุณทักษิณที่ก้าวร้าว เหยียดหยาม ท้าทาย ไม่รู้จักทำตนให้เป็นที่รัก ผิดวิสัยคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่จะต้องสมานไมตรี รวมพลังผู้คนไปช่วยกันแก้ปัญหาประเทศ การทำให้คนเกลียดนั้นอันตราย แต่คนไทยถึงจะเกลียดผู้นำอย่างไร การคิดสังหารนั้นมีน้อย ต่างจากในสหรัฐอเมริกาที่เขาสังหารประธานาธิบดีไปหลายคนแล้ว ถ้าคราวนี้เป็นเรื่องจริงก็แปลว่าสังคมไทยมาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว คือเปลี่ยนจากปริมาณไปสู่คุณภาพ หมายความว่าปริมาณความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดเดือด ทำนองเดียวกันเมื่อความร้อนของน้ำในกาเพิ่มมากขึ้นจนถึงขนาดน้ำก็เดือด นั่นเป็นการพูดถึงการทำด้วยอารมณ์เกลียด แต่การทำอาจทำด้วยความคิด คือความคิดที่ว่าคุณทักษิณเป็นปัญหาของบ้านเมือง เป็นชนวนของความแตกแยกและรุนแรงอาจนำไปสู่การนองเลือด ถ้าขจัดเสียได้ก็จะเป็นการป้องกันชีวิตของคนอื่นๆ จำนวนมาก (๒) ที่ไป ถ้าที่มาคืออารมณ์เกลียดที่มีปริมาณมาก หรือด้วยความคิดดังกล่าวข้างต้นก็จะมีการทำอีก การเมืองก็จะวุ่นวายไปด้วยฝ่ายหนึ่งพยายามลอบสังหาร อีกฝ่ายหนึ่งต้องป้องกันตัวหรือตอบโต้ ไม่เป็นอันทำงาน กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมโหฬารจะถูกใช้ไปในการคุ้มครองคนคนเดียว แทนที่จะได้ดูแลประชาชนทั่วไป บ้านเมืองจะหยุดชะงักและเต็มไปด้วยความวุ่นวายโกลาหล จับผิดจับถูก ในที่สุดฝ่ายที่พยายามจะประสบความสำเร็จจนได้ แบบที่ว่า “ที่ไหนมีความพยายาม ที่นั่นมีความสำเร็จ” (๓) ข้อเสนอแนะ (๑) ควรใช้สันติวิธี ไม่ควรฆ่าแกงกัน (๒) คุณทักษิณควรยุติการสร้างความเกลียดชัง (๓) ถ้าคำแนะนำตาม (๑) และ (๒) ไม่สำเร็จ ยังมีความพยายามลอบสังหารอีก ต้องอย่าให้คนอื่นพลอยโดนลูกหลงไปด้วย (๔) คนใกล้ชิดเป้าต้องป้องกันตัวเองหรือหนีห่างจากเป้า ข. สมมติฐานที่ ๒ – การลอบสังหารเป็นการสร้างสถานการณ์ (๑) ที่มา ผู้มีอำนาจต้องการกลบเกลื่อนบางเรื่อง จึงเบนความสนใจของสังคมหรือต้องการใช้เป็นเครื่องมือขจัดศัตรูบางคน หรือปูทางไปสู่การยึดอำนาจเพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกดำเนินคดี เช่น อาจถูกศาลตัดสินจำคุก (๒) ที่ไป สุดแล้วแต่ระดับของวัตถุประสงค์ของผู้สร้างสถานการณ์ เช่น ถ้าต้องการกลบเกลื่อนบางเรื่อง ถ้าสังคมจับได้ไล่ทันก็จะเสื่อมความเชื่อถือลงไปอีก รัฐบาลจะเหมือนเด็กเลี้ยงแกะพูดอะไรก็ไม่มีใครเชื่อ ถึงจริงก็ไม่เชื่อ แล้วก็ถูกเสือกัดตาย ถ้าทำเพราะต้องการป้ายสีหรือขจัดศัตรู ความขัดแย้งก็จะเพิ่มขึ้น ไปกระตุ้นให้คนเกลียดเกลียดมากขึ้น คนเป็นศัตรูเป็นศัตรูมากขึ้น และคิดขจัดผู้มีอำนาจด้วยวิธีรุนแรงมากขึ้น ถ้าทำเพราะปูทางไปสู่การยึดอำนาจเพื่อหลบเลี่ยงการตัดสินของศาล ประชาชนจะรวมตัวกันต่อสู้เช่นที่เคยต่อสู้กับเผด็จการในอดีต จะเกิดการนองเลือด และในที่สุดผู้เผด็จการจะพ่ายแพ้ภัยตนเอง (๓) ข้อเสนอแนะ (๑) หยุดการสร้างสถานการณ์ (๒) สังคมและสื่อมวลชนต้องระแวดระวังอย่าให้ถูกหลอกด้วยการสร้างสถานการณ์ (๓) ทุกฝ่ายต้องหยุดยั้งป้องกันการนองเลือดด้วยการถอดชนวนที่จะนำไปสู่การนองเลือด ค. คำแนะนำต่อคุณทักษิณ ถ้าในอนาคตคุณทักษิณมีโอกาสอยู่ในความสงบ และทบทวนเรื่องอดีตที่ผ่านมา จะทราบว่าผมไม่ใช่ศัตรูหรือขาประจำของคุณแต่อย่างใด แต่พยายามแนะนำในเรื่องต่างๆ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ผมเตือนว่าต้องระวังอย่าตกไปสู่ “โครงสร้างมรณะ” แต่คุณก็ถลำลึกตกเข้าไปสู่ “โครงสร้างมรณะ” แล้ว วันนี้ผมจะแนะนำวิธีออกจากโครงสร้างมรณะ กรณีลอบสังหารไม่ว่าจะเป็นไปตามสมมติฐานที่ ๑ หรือสมมติฐานที่ ๒ ล้วนจะพาคุณเข้าไปสู่โครงสร้างมรณะทั้งสิ้น เวลาที่คุณจะทำประโยชน์ในฐานะนายกรัฐมนตรีหมดลงแล้ว คุณได้ผ่านจุดยอดที่มีอำนาจสูงสุด และมีผู้คนสนับสนุนสูงสุดไปแล้ว แม้ในจุดที่สูงสุดนั้นคุณยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่สำคัญๆ ของบ้านเมืองได้ ถ้าจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ท่ามกลางความขัดแย้ง ท่ามกลางความเกลียดชัง ท่ามกลางความไม่เชื่อถือ จะแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างไร ในทางตรงข้าม จะเกิดความแตกแยกและรุนแรงมากขึ้น และอาจนำไปสู่การนองเลือด ไม่ต้องนับข้อหาฉกรรจ์ๆ ที่มีต่อคุณ ซึ่งคุณอาจปฏิเสธว่าไม่จริง แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือในฐานะนายกรัฐมนตรีคุณไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์ในสังคม และไม่สามารถระงับการสูญเสียชีวิตของผู้คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ แค่นี้ก็เพียงพอที่นายกรัฐมนตรีคนใดหรือในประเทศใดจะแสดงความรับผิดชอบได้แล้ว การคงอยู่ไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์และดับไฟใต้ได้ ให้คนอื่นมารับหน้าที่นี้จะเป็นทางออกของบ้านเมืองได้มากกว่า คุณอาจจะกลัวว่าถ้าลงจากอำนาจ จะถูกดำเนินคดี ซึ่งอาจมีโทษถูกจำคุกและยึดทรัพย์ ไม่มีใครมีอำนาจที่จะไปขัดขวางกระบวนการทางกฎหมายได้ แต่อย่าลืมว่าสังคมก็เช่นเดียวกับคน ที่มีความสามารถในการอภัยอย่างยิ่งใหญ่ ถ้ามีการยอมรับผิดหรือขอโทษ ที่แอริโซน่าการที่บิดาของเด็กวัยรุ่นที่ถูกฆ่าให้อภัยและไปดูแลเด็กที่ฆ่าลูกของตน เรียกน้ำตาของผู้รู้เห็นทั้งหมด ที่แอฟริกาใต้ตำรวจคนขาวยอมรับในที่ประชุมใหญ่ของคนผิวดำว่าตนไปฆ่าคนผิวดำ แทนที่คนผิวดำจะกรูกันมาฉีกเนื้อตำรวจผู้นั้น แต่ทั้งห้องประชุมระงมไปด้วยน้ำตาและการให้อภัย หัวใจของความเป็นมนุษย์และอภัยวิถี เมื่อถึงเวลาเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสุดประมาณ ทางออกจาก “โครงสร้างมรณะ” ด้วยสันติวิธี คือคุณทักษิณต้องตัดความกังวลด้วยประการทั้งปวง มีความกล้าหาญที่จะประกาศ ๓ ข้อดังต่อไปนี้ (๑) พูดว่า “ผมพอแล้ว “ แล้ววางมือทางการเมืองทั้งหมดเด็ดขาดทันที (๒) ขอร้องให้ประชาชนผู้สนับสนุนตน จงร่วมมือสมัครสมานในแก้ปัญหาประเทศด้วยสันติวิธี และสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม (๓) จะออกไปทำงานทางมนุษยธรรมแบบบิลล์ เกตส์ ถ้าทำได้ดังนี้ จะเกิดความสงบเย็นทันที ทั้งตัวคุณทักษิณเองและประเทศ ถ้าไม่ทำคงหนีการนองเลือดไม่พ้น ทั้งหมดที่กล่าวมาโดยสรุปก็คือ ประเทศจะพ้นการนองเลือดจากวิกฤตการณ์การเมืองอยู่ที่ ทักษิณเสียสละ หรือเสียสละทักษิณ August 26 To change the world...Well....I've heard (and read) different people's views toward notion of changing the world...Here are some interesting quotes which, reflect lots of things. Each of the quotes acknowledges us what they had been through, what made them looked at the notion of 'change' in particular way. For instance, I've heard of the third one in politic and philosophy class when I was a freshman. Coupled with reading Seksan's biography and taking to him in person, his view embeded in my mind ever since. He underwent very tough time ...his heart was, once, fulled with endeavour to change (just like my friend in second case). Finally he found that he could not change (though I don't think he fail. At least, his efforts provided vital step to Thai political development). Dictatorship regime and injustice system are still dancing in Thai society. He even gave up his hope on new generation..Well, I don't blame him though. His great tiredness is also multiplied by his great efforts, hope and dream. Now, I don't know at the end.....where those new generation like my friend (quote 2) or those young leaders (quote 1)...or even myself will finally go....hmmm... 1)Young leadership conference in Australia, 2005..."Be the change you want to see in the world" 2)My friend in school of development studies who seems to embrace endeavour to change this world "You can not change the world, neither can I, but we can" 3)My teacher in Thammasat University who, once was the leader of the most tragic revolution in Thai history, Seksan Prasertkul "Although I cannot change the world, the world cannot change me" August 25 Picture of the dayAugust 23 Thailand political situation #2
Thailand political situation
August 20 New Category warmingAhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhh...........(good start, huh?)
this is what I really want to do now.....screaming!!!! I think I spent too much time with myself and on my own thought -__-'' I hate really hate the feeling of feeling pity and sorry for myself..aahhh really hate this...[well, you may not understand what I want to communicate but this is my place for rubbish, so....this is how it works :P)
I dunno...my own thoughts/minds...they are always fighting each other...like today, the bad one kept telling me nobody (in Thailand) wants me...no one cares whether I'm still alive (exept Daddy who always call and check if everything is alright...although he frequently calls at wrong time...lol), but the other mid (the good one, I guess) disagreed. It told me that everyone had their own life to live on and they probably had so many busy things in their life, beside the cost of communication was so high that no one could afford to keep in touch with you every single day, silly Jom!
Well...I agree!!!...BUT! I just need...I don't know..what I want, really -__-''
Oh...maybe...I need to scream! AAHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHHH... August 03 Dalai Lama's teachingsSpiritual Progress... "We must take direct responsibility for our own spiritual lives and rely upon nobody and nothing... If another being were able to save us, surely he would already have done so? It is time, therefore, that we help ourselves." For the Good of All... "Even if only a few individuals try to create mental peace and happiness within themselves and act responsibly and kindheartedly towards others, they will have a positive influence in their community." From The little book of wisdom, Dalai Lama |
|
|